หากซื้ออสังหาริมทรัพย์ในลอนดอนจากประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่ควรวางแผนไว้ล่วงหน้าคือการแลกเงินบาทเป็นเงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) และการโอนเงินไปยังประเทศอังกฤษ เพราะสำหรับผู้ซื้อชาวไทย ส่วนใหญ่จะเป็นการโอนเงินก้อนที่จำนวนค่อนข้างสูง เพื่อนำไปชำระเงินมัดจำหรือชำระค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ หากเข้าใจขั้นตอนและเตรียมเอกสารไว้ตั้งแต่ต้น ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดความล่าช้า ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด หรือปัญหาเรื่องเอกสารในภายหลังได้
คู่มือนี้จะอธิบายวิธี โอนเงินจากประเทศไทยไปที่อังกฤษเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่เรื่องการติดต่อธนาคารไทย เอกสารที่ต้องเตรียม การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ไปจนถึงค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ควรรู้ก่อนโอนเงินจริง
สามารถโอนเงินจากประเทศไทยไปประเทศอังกฤษเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้หรือไม่?
สามารถทำได้ ผู้ที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทยสามารถโอนเงินไปต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาต ซึ่งรวมถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศด้วย โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ Bank of Thailand (BOT) ได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ก่อนโอนเงิน ธนาคารยังคงต้องทราบว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกโอนไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร และอาจขอเอกสารประกอบเพื่อใช้ตรวจสอบเพิ่มเติม นอกจากนั้นแต่ละธนาคารยังมีวงเงินและเงื่อนไขในการโอนเงินที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการโอนผ่าน Online Banking ดังนั้น หากเป็นการโอนเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ควรสอบถามธนาคารล่วงหน้า
ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการโอนเงิน?
- หนังสือเดินทาง (Passport) หรือเอกสารยืนยันตัวตน
- รายละเอียดบัญชีธนาคารของผู้รับเงินในอังกฤษ
- วัตถุประสงค์ของการโอนเงิน
- เอกสารเกี่ยวกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือสัญญาซื้อขาย
- รายละเอียดการชำระเงินของทนาย (Solicitor) หรือ ผู้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ (Conveyancer)
- หลักฐานแสดงแหล่งที่มาของเงิน (Source of Funds)
ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต้องขอเอกสารประกอบสำหรับธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่มีมูลค่าเทียบเท่า 200,000 ดอลล่าสหรัฐฯ (USD) ขึ้นไป เว้นแต่นักลงทุนรายนั้นจะผ่านกระบวนการ Know Your Business (KYB) ของธนาคารเรียบร้อยแล้ว
หลังจากดำเนินการโอนเงินเสร็จ ธนาคารจะมีหลักฐานยืนยันการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้ด้วย ซึ่งควรเก็บเอกสารเหล่านี้ไว้ให้ครบ เพราะอาจต้องใช้ในขั้นตอนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่อังกฤษ
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับแบบฟอร์ม FET
อีกหนึ่งเอกสารสำคัญที่ควรรู้จักคือ FET Form (Foreign Exchange Transaction Form) ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ เมื่อมีการนำเงินบาทไปแลกเป็นสกุลเงินต่างประเทศและโอนออกนอกประเทศไทยในจำนวนที่เกินเกณฑ์ที่กำหนด ธุรกรรมนั้นจะต้องมีการรายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทย โดยใช้ แบบฟอร์ม FET ของธนาคารแห่งประเทศไทย (Foreign Exchange Transaction Form)
โดยธนาคารจะออกฟอร์ม FET ให้อัตโนมัติเมื่อยอดโอนมีมูลค่าเกิน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) หรือเทียบเท่า
แบบฟอร์มนี้ใช้เป็นหลักฐานว่าเงินของคุณถูกโอนออกจากประเทศไทยผ่านช่องทางธนาคารอย่างถูกต้อง และสามารถตรวจสอบที่มาของเงินได้
หลังจากได้รับเอกสารแล้ว ควรเก็บสำเนาไว้ให้ดี เพราะทนายในอังกฤษ หรือสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่ออาจขอเอกสารเพื่อใช้ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน และแบบฟอร์ม FET มักเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญที่ใช้ยืนยัน
มีวงเงินการโอนรายวันหรือวงเงินต่อธุรกรรมหรือไม่?
วงเงินการโอนเงินไปต่างประเทศของแต่ละธนาคารในประเทศไทยนั้นอาจไม่เหมือนกัน แต่ละธนาคารมักกำหนดวงเงินสูงสุดต่อรายการหรือต่อวันแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชี ช่องทางที่ใช้โอน และเงื่อนไขของลูกค้าแต่ละราย
ก่อนวางแผนโอนเงิน ควรตรวจสอบเรื่องเหล่านี้กับธนาคารให้เรียบร้อยก่อน
- วงเงินสูงสุดที่สามารถโอนเงินไปต่างประเทศได้ต่อวัน
- การโอนเงินจำนวนมากเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ต้องขออนุมัติเพิ่มเติมหรือไม่
- ต้องใช้เอกสารประกอบอะไรบ้าง
- หากยอดเงินสูงมาก สามารถโอนทั้งหมดในครั้งเดียวได้หรือไม่
- หากต้องแบ่งโอนหลายครั้ง ควรวางแผนล่วงหน้ากี่วันฃ
ในบางกรณี ธนาคารอาจกำหนดให้แบ่งยอดโอนออกเป็นหลายรายการ หรือใช้เวลาดำเนินการเพิ่มเติม ดังนั้น การโทรสอบถามธนาคารล่วงหน้าจะช่วยให้วางแผนได้ง่ายกว่า และลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเมื่อใกล้ถึงกำหนดชำระเงิน
อย่ามองข้ามส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยน
เมื่อ โอนเงินบาทเป็นเงินปอนด์ (GBP) เพื่อชำระเงินมัดจำซื้ออสังหาริมทรัพย์ในลอนดอน สิ่งที่ควรดูไม่ได้มีแค่ค่าธรรมเนียมการโอนเท่านั้น แต่อัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับก็มีผลต่อยอดเงินปลายทางอย่างมากเช่นกัน ธนาคารไทยบางแห่งอาจกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่มีส่วนต่างจากอัตรากลางของตลาดมากกว่าผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราเฉพาะทาง ส่วนต่างนี้เรียกว่า Exchange Rate Spread อาจทำให้จำนวนเงินที่ไปถึงบัญชีในประเทศอังกฤษลดลงโดยที่ผู้โอนอาจไม่ทันสังเกต ก่อนโอนเงิน จึงควรเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารเสนอให้กับ อัตรากลางของตลาด (Mid-Market Rate) เพื่อดูว่าอัตราที่ได้รับมีส่วนต่างมากน้อยเพียงใด
หากคุณต้องทยอยโอนเงินหลายครั้ง ควรสอบถามเพิ่มเติมว่าธนาคารหรือผู้ให้บริการมีทางเลือก เช่น อัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ (Fixed Rate) หรือ สัญญาซื้อขายเงินตราล่วงหน้า (Forward Contract) ที่ช่วยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าหรือไม่
แม้ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้สูญเสียเงินหลายพันบาทเมื่อโอนเงินจำนวนมากเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ดังนั้น ควรตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนอีกครั้งในวันที่ทำการโอน
เลือกวิธีโอนเงินที่เหมาะสม
สำหรับผู้ซื้อจากประเทศไทยที่ต้องการโอนเงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในลอนดอน โดยทั่วไปมี 2 วิธีหลักที่นิยมใช้
โอนเงินผ่านธนาคารโดยตรง (Direct Bank Wire Transfer)
วิธีนี้คือการโอนเงินจากบัญชีธนาคารในไทยไปยังบัญชีธนาคารในอังกฤษโดยตรง ข้อดีคือเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมา และทนายในอังกฤษค่อนข้างคุ้นเคยกับการรับเงินผ่านการโอนธนาคารระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบทั้งอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมให้ดี เพราะบางธนาคารอาจมีส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างกว้าง รวมถึงมีค่าธรรมเนียมการโอนและค่าธรรมเนียมจากธนาคารตัวกลาง
ใช้บริการโอนและแลกเปลี่ยนเงินตราเฉพาะทาง (Specialist Currency Transfer Service)
วิธีนี้มักเหมาะสำหรับการโอนเงินจำนวนมาก ผู้ให้บริการประเภทนี้อาจเสนออัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าการโอนผ่านธนาคารแบบทั่วไป จึงควรเปรียบเทียบทั้งอัตรา ค่าธรรมเนียม และขั้นตอนการดำเนินการก่อนตัดสินใจ
ทั้งนี้ ในส่วนของเอกสารการนำเงินบาทไปแลกเป็นเงินตราต่างประเทศและโอนออกจากประเทศไทย ธนาคารจะดำเนินการออกแบบฟอร์ม FET ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
วางแผนเวลาโอนเงินให้ทันกำหนดชำระ
การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษมักมีกำหนดวันที่ต้องชำระเงิน (Completion Date) ที่ชัดเจน การโอนเงินระหว่างประเทศอาจใช้เวลาประมาณ 1-5 วันทำการ ขึ้นอยู่กับธนาคาร ช่องทางการโอน และธนาคารปลายทาง จึงควรเริ่มดำเนินการโอนเงินอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ก่อนถึงกำหนดชำระเงินมัดจำ/
สอบถามธนาคารล่วงหน้าว่าการออกแบบฟอร์ม FET และขั้นตอนการตรวจสอบตามข้อกำหนดต่าง ๆ จะใช้เวลานานเท่าใด หลังจากโอนเงินแล้ว ควรแจ้งทางทนายทันที พร้อมส่งหลักฐานการโอนให้ เพื่อให้สามารถติดตามเงินที่กำลังเข้าบัญชีปลายทางได้
เช็กลิสต์ก่อนโอนเงินชำระค่าสังหาริมทรัพย์
- ธนาคารในประเทศไทยสามารถดำเนินการโอนเงินตามยอดที่ต้องการได้
- ตรวจสอบวงเงินต่อรายการหรือต่อวัน โดยเฉพาะหากใช้ Online Banking
- เตรียมเอกสารยืนยันตัวตนและเอกสารเกี่ยวกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่จำเป็นให้พร้อม
- เตรียมหลักฐานแสดงแหล่งที่มาของเงิน (Source of Funds)
- ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน GBP/THB ที่ได้รับ
- ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการโอนและค่าธรรมเนียมของธนาคารตัวกลาง
- ยืนยันจำนวนเงินปอนด์ (GBP) ที่ต้องการให้เข้าบัญชีปลายทางอย่างแน่นอน
- ตรวจสอบรายละเอียดบัญชีธนาคารของผู้รับกับทนายของคุณอีกครั้งก่อนโอน
- หลังทำรายการแล้ว เก็บหลักฐานการโอนและเอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไว้ให้ครบ
รับคำแนะนำเรื่องการโอนเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษ
เมื่อจะโอนเงินจากประเทศไทยไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษ มีหลายเรื่องที่ต้องจัดการให้สอดคล้องกัน ทั้งเอกสาร กำหนดเวลา ยอดเงินที่ต้องชำระ และอัตราแลกเปลี่ยน
หากวางแผนแต่ละขั้นตอนไว้ล่วงหน้า ก็จะช่วยให้กระบวนการซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น และลดความกังวลในช่วงที่ใกล้ถึงกำหนดชำระเงิน การ บริการให้คำปรึกษาด้านการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในลอนดอน ของเราสามารถช่วยวางแผนและดูแลคุณในแต่ละขั้นตอนได้
Benham and Reeves Thailand ยังสามารถช่วยคุณวางแผนให้การโอนเงินสอดคล้องกับกำหนดการของการซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยรวม หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนหรือสถานการณ์ของคุณ สามารถ พูดคุยกับทีมไทยของเรา เรายินดีให้คำแนะนำและช่วยดูแลคุณตลอดกระบวนการค่ะ